วารสารสหวิทยาการจัดการ

ขอเชิญชวนคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษาและประชาชนผู้สนใจทุกท่าน  

นำส่งบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิจัย “วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์” โดยผู้สนใจควรดำเนินการตามข้อแนะนำดังนี้

  1. กรุณาคลิ๊กอ่านและทำความเข้าใจก่อนส่งบทความวิชาการหรือบทความวิจัย จากหัวข้อ  “ข้อแนะนำสำหรับผู้ส่งบทความ”  ซึ่งท่านจะต้องพิจารณาอ่านให้ถึงวิธีการเขียนบทความตามเกณฑ์ที่จะส่ง และให้จัดทำบทความตามหัวข้อที่กำหนด
  2. จากนั้นคลิ๊กในหัวข้อ “ส่งบทความออนไลน์” และทำตามขั้นตอนการส่ง
  3. จากนั้นรอการตอบกลับจากบรรณาธิการวารสาร  ภายใน  1-3 วัน

ทุกบทความของท่านจะผ่านการอ่านจากผู้ทรงคุณวุฒิประจำสาขาก่อนที่จะมีการตีพิมพ์ทุกครั้ง
( ผู้พร้อมหรือยังไม่พร้อมในการส่งบทความ  สามารถที่จะสมัครเป็นสมาชิกของวารสารได้โดยคลิ๊กไปที่สมัครสมาชิก)


ขอบเขตงานวารสาร

นโยบาย

การจัดทำวารสารฯ ฉบับนี้ มีนโยบาย คือ
1. สนับสนุนผลงานทางวิชาการหรือผลงานวิจัยของคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง
2. เผยแพร่ผลงานทางวิชาการหรือผลงานวิจัยของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป
3. สร้างความรู้และองค์ความรู้ใหม่หรือที่ถูกต้อง เพื่อการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำไปสู่สากล


ขอบเขตผลงานที่ตีพิมพ์

วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวารสารวิชาการที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ โดย เศรษฐศาสตร์  บัญชี บริหารธุรกิจ การจัดการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงินการธนาคาร การตลาด คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ โดยนำเสนอในรูปแบบ

  1. บทความประสบการณ์ และบทความเรียบเรียง
  2. บทความวิจัย เป็น Concept paper หรือ ผลงานวิจัยที่ทำเสร็จสมบูรณ์
  3. ผู้นำเสนอบทความเป็นบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ

วัตถุประสงค์

  1.  เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและงานวิจัย
  2.  เพื่อเป็นสื่อส่งเสริมการสร้างความรู้และองค์ความรู้ในสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
  3.  เพื่อเป็นเวทีการนำเสนอผลงานวิชาการของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ

กำหนดการตีพิมพ์

การตีพิมพ์วารสารฯ จะมีการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ คือ
1. ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน
2.ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม
และอาจมีการตีพิมพ์ในวารพิเศษเพิ่มขึ้นได้อีก


บรรณาธิการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ปาโนรัมย์


กองบรรณาธิการ

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลกันยา ศรีสุข
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทิราพร ศิรินนท์
  3. อาจารย์รุ่งรัตน์ หัตถกรรม
  4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สายใจ ทันการ
  5. อาจารย์นิธิโรจน์ ศุภกฤษสุวรรณกุล
  6. รองศาสตราจารย์ ดร.สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์
  7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พระประสิทธิ์ ธุรสิทโธ
  8. รองศาสตราจารย์ ดร.เทิดชาย ช่วยบำรุง
  9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัฒนพงษ์  วันจันทึก
  10. อาจารย์ ดร.ธีรวิทย์ ภิญโญณัฐกานต์
  11. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นรีนุช ยุวดีนิเวศ

ผู้ช่วยบรรณาธิการ

  1. นางยุพิน คำใจ
  2. นางสาวพรพิมล ระตาภรณ์
  3. นายธงชัย ชวดไธสง
  4. นายรัฐเขต ปัญญาสิทธิ์
  5. นางสาวสายทอง เกตุชิด

ผู้ช่วยบรรณาธิการและผู้จัดทำเว็บไชต์

  1. นางสาวพรพรรณ  แสงแก้ว

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ประวัติการจัดทำวารสาร
วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นชื่อวารสารที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2560 โดยมีการเสนอชื่อวารสารมาจากคณาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในคราวการประชุมสามัญครั้งที่ 1/2560 ซึ่งในช่วงนั้น เป็นวาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีคนใหม่ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ปาโนรัมย์ และมีการจัดพิมพ์เป็นเล่มแรกคือ ปี 2560
โดยจะเริ่มตั้งแต่ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ในช่วงเดือน มกราคม-มิถุนายน 2560 และ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ในช่วงระหว่างเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 นี้ เป็นต้นไป


บรรณาธิการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ปาโนรัมย์


กองบรรณาธิการ

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลกันยา ศรีสุข
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทิราพร ศิรินนท์
  3. อาจารย์รุ่งรัตน์ หัตถกรรม
  4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สายใจ ทันการ
  5. อาจารย์นิธิโรจน์ ศุภกฤษสุวรรณกุล
  6. นางยุพิน คำใจ
  7. นางสาวพรพรรณ แสงแก้ว
  8. นางสาวพรพิมล ระตาภรณ์
  9. นายธงชัย ชวดไธสง
  10. นายรัฐเขต ปัญญาสิทธิ์
  11. นางสาวสายทอง เกตุชิด

ที่ปรึกษา

รองศาสตราจารย์มาลิณี จุโฑปะมา
รองศาสตราจารย์ ดร.คมเพชร ฉัตรศุภกุล


ข้อแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ
วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
(Disciplinary Journal of Buriram Rajabhat University)

วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวารสารวิชาการที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ โดย เศรษฐศาสตร์  บัญชี บริหารธุรกิจ การจัดการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงินการธนาคาร การตลาด คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ

มีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ คือ มกราคม – มิถุนายน และ กรกฎาคม – ธันวาคม โดยสามารถที่จะตีพิมพ์ฉบับพิเศษได้อีกเพิ่มเติม ผู้เขียนทุกท่านสามารถส่งบทความวิจัยหรือบทความวิชาการมาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ได้ ผลงานที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร ต้องไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารฉบับอื่นๆ  มาก่อน และทุกบทความจะต้องได้รับการพิจารณาจากผู้ประเมินอิสระจากภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัยในสาขาวิชานั้นๆ อย่างน้อย 2 ท่าน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ บทความอาจถูกดัดแปลง แก้ไขคำ สำนวน และรูปแบบการนำเสนอตามที่ กองบรรณาธิการเห็นสมควร


วิธีการเตรียมต้นฉบับ

  1. การพิมพ์ต้นฉบับ

การพิมพ์ต้นฉบับนั้นสามารถพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือ ภาษาอังกฤษ โดยที่องค์ประกอบต่างๆ ของ บทความวิจัยหรือบทความวิชาการให้จัดทำตามคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับตามวารสารนี้ การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และซื่อบัญญัติตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน โดยให้หลีกเลี่ยงการเขียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นที่จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็ให้เขียนคำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยวงเล็บภาษาอังกฤษ โดยคำแรกให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนอักษรและคำที่เหลือทั้งหมดให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็ก ยกเว้นซื่อเฉพาะทุกคำให้ขึ้นต้นด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่  และให้ใช้คำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยภาษาอังกฤษเฉพาะคำแรก คำต่อไปใช้เฉพาะคำศัพท์ภาษาไทยเท่านั้น ส่วนบทความที่เป็นภาษาอังกฤษควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ตรวจสอบความถูกต้องด้านการใช้ภาษาก่อนที่จะนำส่งมาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารสหวิทยาการจัดการ

  1. การพิมพ์

ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Mi­crosoft Word โดยจัดหน้ากระดาษ ขนาด A 4(8.5 X 11 นิ้ว) ตั้งค่าหน้ากระดาษสำหรับการพิมพ์ ห่างจากขอบกระดาษทุกด้าน ด้านละ 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร)
จัดสองคอลัมน์ ใส่เลขหน้ากำกับ ทุกหน้า

  1. รูปแบบตัวอักษร

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้แบบ TH SarabunPSK  ขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษา อังกฤษใช้ขนาดตัวอักษรอย่างเดียวกัน ดังนี้

  • ซื่อ เรื่อง ขนาด 18pt
  • ซื่อผู้เขียนบทความ 16pt
  • รายละเอียดสาขาวิชา คณะ สถาบัน 12pt
  • หัวข้อหลักใช้ตัวอักษรขนาด16pt ตัวหนา
  • หัวข้อรองใช้ตัวอักษรขนาด 14pt ตัวหนา
  • เนื้อความทุกส่วนใช้ตัวอักษรขนาด ตัวปกติ
  1. จำนวนหน้า

ความยาวของบทความ ไม่ควรเกิน 11 หน้า รวมตาราง รูปภาพ และ เอกสารอ้างอิง

  1. การส่งต้นฉบับ

ให้ผู้เขียนบทความ สามารถส่งต้นฉบับได้ทาง website http://fms.bru.ac.th


ประเภทของบทความ

  1. บทความวิจัย

บทความวิจัย มีหัวข้อที่จะต้องอธิบาย 13  หัวข้อดังนี้

  1. ซื่อเรื่อง (Title) (มีชื่อผู้แต่งบทความอยู่ด้านขวามือ ขนาดตัวอักษร 12 )
  2. บทคัดย่อ (มีคำสำคัญ 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  3. ABSTRACT (มี Keywords 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  4. บทนำ (ประมาณไม่เกิน 15-20 บรรทัด)
  5. วัตถุประสงค์การวิจัย
  6. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)
  7. ขอบเขตการวิจัย ประกอบไปด้วย ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านประชาชน
  8. วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบไปด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
  9. ผลการวิจัย (ให้สรุปตามวัตถุประสงค์หรือคำถามวิจัยที่ค้นพบ)
  10. การอภิปรายผลการวิจัย (ให้อภิปรายเฉพาะผลการวิจัยที่ค้นพบ และอภิปรายว่า มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของนักวิจัยท่านอื่นหรือไม่อย่างไร หรือหากเป็นองค์ความรู้ใหม่ก็สามารถอภิปรายได้ว่าแตกต่างจากงานของนักวิจัยท่านอื่นอย่างไร เมื่อเป็นองค์ความรู้ใหม่และนักวิจัยสามารถขยายผลเป็นทฤษฏีได้ จะถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อแวดวงวิชาการ)
  11. ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้
  12. กิตติกรรมประกาศ
  13. เอกสารอ้างอิง
  1. บทความวิชาการ

บทความวิชาการ มีหัวข้อที่จะต้องอธิบาย  8 หัวข้อ ดังนี้

  1. ชื่อเรื่อง (Title) (มีชื่อผู้แต่งอยู่บรรทัดล่างขวามือ ขนาดตัวอักษร 12)
  2. บทคัดย่อ (มีคำสำคัญ 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  3. ABSTRACT (มี Keywords 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  4. บทนำ (ให้เขียนไม่เกิน 15-20 บรรทัด)
  5. วัตถุประสงค์การเขียนบทความ
  6. เนื้อหาสาระของบทความ (รายละเอียดของบทความวิชาการ โดยผู้เขียนจะต้องเขียนเชื่อมโยงให้เห็นภาพที่เป็นสาระสำคัญ มีหัวข้อย่อยๆ ให้อ่านเพื่อวิเคราะห์และพิจารณา)
  7. สรุปเนื้อหาสาระ (อภิปรายให้เห็นว่า สิ่งที่ได้คืออะไรและก่อให้เกิดความรู้ใหม่อย่างไร)
  8. เอกสารอ้างอิง

คำอธิบายแต่ละหัวข้อ

  1. บทความวิจัย

เป็นการเสนอผลการวิจัย อาจเป็นผลงานวิจัย บางส่วนหรือผลงานวิจัยที่สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่ง ผู้เขียนได้ดำเนินการด้วยตนเอง โดยมีส่วนประกอบดังนี้

  • ซื่อเรื่อง (Title)

ควรเขียนให้สั้น กะทัดรัด เข้าใจง่าย โดยให้แสดงเป้าหมายหลักของการวิจัย ทั้งนี้ให้มีความยาวไม่ เกิน 100 ตัวอักษร ให้เขียนซื่อเรื่องเป็นภาษาไทยก่อน แล้วบรรทัดล่างให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนซื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีด เส้นใต้ กรณีระบุซื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตให้เขียนเป็น ภาษาไทยให้ใส่ชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย

  • ซื่อผู้แต่งบทความ (Authors and Co­authors)

ให้ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุลเต็ม ทั้งชื่อที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาอังกฤษนั้นให้ใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อตัว และนามสกุล และหากมีผู้แต่งหลายคนให้ใช้หมายเลขกำกับตามลำดับและลงเครื่องหมายดอกจัน (*) พร้อมระบุซื่อหน่วยงาน สาขาวิชา คณะ สาขาวิชาที่ สังกัด รวมทั้ง e-mail address

  • บทคัดย่อ

ให้มีความยาวไม่เกิน 300 คำ เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้นลง โดยให้มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ควรเขียนแบบสั้น ๆ และตรงประเด็น ระบุเฉพาะสาระสำคัญเท่านั้น บทดัดย่อภาษาไทยให้พิมพ์เต็มบรรทัดไม่เกินครึ่ง หน้ากระดาษ ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 ตัวปกติ

  • คำสำคัญ

ให้ระบุคำสำคัญ 1-3 คำ คำสำคัญเป็นคำที่เด่นที่สุดของงานวิจัยของผู้เขียน ซึ่งใช้เป็นคำหลัก

  • ABSTRACT

ให้พิมพ์ ABSTRACT เป็นภาษาอังกฤษเต็มบรรทัด ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 point ปกติ ให้มีความยาวของ ABSTRACT โดยรวมทั้งหมดไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ

  • Keywords

คำภาษาอังกฤษที่ผู้แต่งกำหนดให้เป็น Keyword ให้ผู้เขียนเลือกใช้คำที่มีความหมายสอดคล้อง เหมาะสม และตรงที่สุดกับ คำสำคัญภาษาไทยคำนั้นๆ โดย Keyword ทุกคำให้ขึ้นต้นด้วยอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่ และหากมีการแยก Key­word แต่ละคำ ให้ขึ้นด้วยเครื่องหมาย ; เสมอ

  • บทนำ

ในบทนำนี้ให้อธิบายถึง ภูมิหลัง ความสำคัญของปัญหาการทำวิจัย และสาเหตุการทำวิจัย

  • วัตถุประสงค์การวิจัย

เป็นประเด็นสำคัญโดยจะต้องให้ครอบคลุมแนวทางการทำวิจัยทั้งหมด

  • สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)

ให้เขียนเป็นความเรียง หรือ ระบุเป็นข้อก็ได้

  • ขอบเขตการวิจัย

ในขอบเขตการวิจัยให้ผู้แต่งบทความระบุขอบเขตการวิจัยเฉพาะที่เป็นกรอบความคิดการวิจัยนี้ กรณีจัดทำกรอบความคิดการวิจัยเป็นแผนภาพให้ผู้แต่งจัดพิมพ์ขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะ

  • วิธีดำเนินการวิจัย
     1) กรณีเป็นการวิจัยที่มีวงรอบเดียว ในย่อหน้าแรกให้ระบุซื่อและประเภทวิธีดำเนินการ วิจัย (Research methodology)
    2) กรณีมีการดำเนินการวิจัยมากกว่า 1 วงรอบ ให้ผู้แต่งระบุวิธีดำเนินการวิจัยแต่ละ วงรอบให้ซัดเจนและครบทุกองค์ประกอบ คือ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ
    การวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ ข้อมูล พิมพ์วิธีการดำเนินการวิจัยให้มีความยาว โดยรวม 2-3 Column
  • เครื่องมือการวิจัย
    ให้ระบุ ชื่อ ชนิด ประเภทเครื่องมือการสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และการหาคุณภาพเครื่อง มือการวิจัย
  • การเก็บรวบรวมข้อมูล
    ให้อธิบายถึงวิธีการและระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลถ้ามีหลายวิธีการให้ระบุแต่ละวิธีอย่างซัดเจน
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
    กรณีข้อมูลเชิงปริมาณให้ระบุ วิเคราะห์ด้วย สถิติอะไร อย่างไร เป็นความเรียงไม่ต้องระบุสูตร ทางสถิติ
    กรณีข้อมูลเซิงคุณภาพ ให้ระบุ วิเคราะห์ แยกรายละเอียดของแต่ละกลุ่มข้อมูลอย่างไร ใช้ หลักการอะไร มีเกณฑ์การประเมินผลอย่างไร
  • ผลการวิจัย
    ให้อธิบายรายละเอียดของผลการวิจัยที่พบอย่างซัดเจนสมบูรณ์ และมีรายละเอียดครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ หรือ คำถามวิจัยที่ค้นพบ
  • การอภิปรายผลการวิจัย
    ให้นำเฉพาะผลการวิจัยที่ตอบวัตถุประสงค์หรือสมมติฐานหลักของการวิจัย (ถ้ามี) มาอภิปราย ผลการวิจัย และให้อภิปรายเพื่อมองเห็นภาพความเป็นเหตุเป็นผลกันและกัน โดยอ้างอิงหลักฐานทางทฤษฎีที่ใช้แพร่หลายโดยทั่วไป หรืออาจมีการเทียบเคียง หรือ เปรียบเทียบได้กับรายงานผลการวิจัยที่มีวิธีการดำเนินการวิจัยรูปแบบเดียวกัน หรือ คล้ายคลึงกัน ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 กับงานวิจัย และให้มีความยาว ของการอภิปรายผลการวิจัยโดยรวม 2-3 คอลัมภ์ โดยการอ้างอิงข้อมูลให้ใช้การอ้างอิงแบบตัวเลข
  • ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้
    –  ให้ระบุเฉพาะผลการวิจัยที่เป็นความรู้ องค์ความรู้ หรือ วิธีการ ที่ผู้วิจัยได้ค้นพบ โดยข้อเสนอแนะนั้น สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ด้วยเงื่อนไขอะไร มีข้อระวังความเสี่ยงอย่างไร โดย อาจเขียนเป็นรายข้อหรือเป็นความเรียงก็ได้
    –  ให้มีความยาวของข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้โดยรวมไม่เกินครึ่ง Column
  • กิตติกรรมประกาศ
    ให้อธิบายเฉพาะคำขอบคุณของผู้ที่มีความสำคัญในการจัดทำงานวิจัย การเรียบเรียงรายงาน การวิจัย และการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย จนทำให้ งานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
  • เอกสารอ้างอิง
    ในการอ้างอิงบทความวิจัยนั้น ให้ใช้การอ้างอิงเฉพาะที่มีการเขียนในบทความวิจัยฉบับนี้เท่านั้น และให้เขียนอ้างอิงแบบตัวเลข เอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกฉบับจะต้องมีการอ้างอิงในบทความ มีการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยที่รายละเอียดการอ้างอิงนั้นจะประกอบไปด้วย ซื่อผู้เขียน ซื่อหนังสือ หรือซื่อบทความ ซื่อของ เอกสารที่พิมพ์ สำนักหรือสถานที่พิมพ์ ปีที่ (ฉบับ ที่) พิมพ์และเลขหน้าที่อ้างอิง ทั้งนี้การเขียนให้เป็นไปตามรูปแบบของชนิดเอกสารที่อ้างอิง

  1. บทความวิชาการ

บทความวิชาการนี้ เป็นบทความที่ผู้แต่งได้แต่ง และเรียบเรียงขึ้นใหม่จากการลังเคราะห์ประสบการณ์ ทางวิชาการ และการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้ เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งข้อมูลเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารสหวิทยาการจัดการ(มนุษย์ ศาสตร์และลังคมศาสตร์) ประกอบด้วย

  • ชื่อเรื่อง (Title)

ผู้เขียนควรเขียนให้สั้น กะทัดรัด และแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายหลักของบทความ ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ให้เขียนซื่อเรื่องเป็นภาษาไทยก่อน ใต้ลงมาเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนซื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีด เส้นใต้ กรณีระบุซื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตเป็น ภาษาไทยให้ใส่ซื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อผู้แต่งบทความ (Authors and Co­authors)

ให้ระบุเฉพาะซื่อและนามสกุลเต็มทั้งซื่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับภาษาอังกฤษใช้ อักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของซื่อตัว และนามสกุล ถ้ามีผู้แต่งหลายคนให้ใช้หมายเลข กำกับตามลำดับและลงเครื่องหมายดอกจัน (*) พร้อมระบุซื่อหน่วยงาน สาขาวิชา คณะที่สาขาวิชา สังกัด รวมทั้งให้มี e-mail address  

  • สาระสังเขป

ในสาระสังเขปนั้น ให้มีความยาวไม่เกินอย่างละ 300 คำ เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้นได้ เนื้อหาสารครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ควรเขียนแบบสั้น และตรงประเด็น ระบุเฉพาะสาระสำคัญเท่านั้น บทดัดย่อภาษาไทยให้พิมพ์เต็มบรรทัดไม่เกินครึ่ง หน้ากระดาษ ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 ตัวปกติ

  • คำสำคัญ

ให้ผู้เขียนระบุคำสำคัญเพียง 1-3 คำ คำสำคัญเป็นคำที่เด่นที่สุดของการวิจัยนี้ เพื่อใช้ เป็นคำหลักสำหรับ การเช้าสืบด้นหาบทความนี้

  • SUMMARY

ให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเต็ม บรรทัด ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 point ปกติ ให้มีความยาวโดยรวมทั้งหมด ไม’เกินครึ่งหน้ากระดาษ

  • Keywords

คำภาษาอังกฤษที่ผู้แต่งระบุให้เป็น Keyword นั้น ให้ผู้แต่งเสือกใช้คำที่มี ความหมายสอดคล้อง เหมาะสม และตรงที่สุดกับ คำสำคัญภาษาไทยคำนั้นๆ โดย Keyword ทุกคำ ให้ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่การแยก Key­word แต่ละคำให้ขั้นด้วยเครื่องหมาย ;

  • บทนำ
    – การจัดพิมพ์บทนำให้มีความยาว 1-2 Column
    – ในบทนำนี้ให้ระบุภูมิหลัง ความสำคัญ ของปัญหาการทำวิจัย เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสาเหตุการทำวิจัย
  • สรุป
    – เป็นการเรียบเรียง โดยที่ผู้เขียนอาจเรียบเรียง เป็นหัวข้อหลัก และมีข้อย่อยเรียงลำดับด้วยเลขข้อ ก็ได้ การเรียงลำดับเลขข้อย่อยให้เรียงลำดับ
    – ให้มีความยาวของการสรุปโดยรวม 2-3 Column
  • การอ้างอิงข้อมูลให้ใช้การอ้างอิง APA
  • เอกสารอ้างอิง

การอ้างอิงในบทความใช้การอ้างอิงแบบ ตัวเลข เอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกฉบับจะต้อง มีการอ้างอิงในบทความ มีการอ้างอิงที่ถูกต้องตาม หลักวิชาการ รายละเอียดการอ้างอิงประกอบด้วย ซื่อผู้เขียน ซื่อหนังสือ หรือซื่อบทความ ซื่อของ เอกสารที่พิมพ์ สำนักหรือสถานที่พิมพ์ ปีที่ (ฉบับ ที่) พิมพ์และเลขหน้าที่อ้างอิง ทั้งนี้การเขียนให้ เป็นไปตามรูปแบบของชนิดเอกสารที่อ้างอิง


  1. ตัวอย่างการอ้างอิง

   หนังสือ
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. (ครั้งที่พิมพ์). สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
วรวรรธน์ ศรียาภัย. (2554). การจัดประชุมและฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 3).
สมุทรปราการ : เดอะ บุ๊ค พลัส พับลิชชิง.
   วารสาร
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์,üเดือน).ชื่อบทความ.ชื่อวารสาร.ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่)
หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.

ตัวอย่าง
กุลกันยา ศรีสุข. (2557, เมษายน-พฤษภาคม). การศึกษาเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะและเพิ่มขีด

ความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา. 1 (11) : 93-101.

 

   หนังสือพิมพ์
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์,เดือน วันที่).ชื่อบทความ.ชื่อหนังสือพิมพ์.หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.

ตัวอย่าง
ปรีชา ปาโนรัมย์. (2556, กุมภาพันธ์ 11). อาจารย์ราชภัฏ

 

   หนังสือที่มีผู้รับผิดชอบแต่ละบทแต่ละตอน
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อเรื่องหรือชื่อตอน.ในชื่อผู้แต่งหรือหน่วยงานที่จัดทำ,
ชื่อหนังสือ.(หน้า).สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ศิริพร ลิ้มตระการ. (2540). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,
เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย (หน้า 1-36). นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

■   บทความในหนังสือรวมเรื่อง
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อบทความ.ในชื่อผู้รวบรวมหรือบรรณาธิการ.(บก.)ชื่อเรื่อง.
(หน้า).สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ครรชิต มาลัยวงศ์. (2536ก). การประมวลผลคำคืออะไร. ใน อนุชิต บุญธรรม (บก) คอมพิวเตอร์น่ารู้ (หน้า 77).
กรุงเทพฯ : สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

 

■   วิทยานิพนธ์
ผู้เขียนวิทยานิพนธ์.(ปีที่พิมพ์).ชื่อวิทยานิพนธ์.ระดับวิทยานิพนธ์.สาขาวิชา
คณะ มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน.

ตัวอย่าง
ชาติชาย พานิชชอบ. (2544). แนวโน้มบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในอนาคต.
วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์.

 

■   รายงานการวิจัย
ชื่อผู้วิจัย (ปีที่พิมพ์).ชื่องานวิจัย.(ครั้งที่พิมพ์).สถานที่พิมพ์.:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ปรีชา ปาโนรัมย์. (2555). รายงานการวิจัยเรื่อง การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจให้แก่

          ผู้ผลิตสินค้าชุมชนประเภทขนมจีนภายใต้การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในเขตเทศบาล

          เมือง จังหวัดบุรีรัมย์. บุรีรัมย์ : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

 

   สื่อโสตทัศน์
ชื่อผู้ผลิต.(ตำแหน่งในการผลิต).(ปีที่ผลิต)ชื่อเรื่อง.[ประเภทสื่อ].สถานที่ผลิต:
หน่วยงานผู้ผลิต.

ตัวอย่าง
ศิราณี อินทรหนองไผ่. (2546). วีดิทัศน์ประกอบการเรียนการสอนเรื่องแผลและการพันผ้าพันแผล.  

[วีดิทัศน์]. มหาสารคาม : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

 

■   การสัมภาษณ์
ผู้ให้สัมภาษณ์.(ปี, เดือน วันที่ให้สัมภาษณ์).ตำแหน่งหรือที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้.
สัมภาษณ์.

ตัวอย่าง
แม้นมาศ ชวลิต, คุณหญิง. (2542, สิงหาคม 26). นายยกสมคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.
สัมภาษณ์

■   ฐานข้อมูลออนไลน์
 หนังสือออนไลน์จากเว็บไซต์
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อหนังสือ.ค้นเมื่อวัน เดือน, ปีจากแหล่งสารสนเทศ

ตัวอย่าง
มนู อรดีดลเชษฐ์. (2557.). ความจำเป็นต้องมี พรบ. คุมครองข้อมูลส่วนบุคคล.

ค้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จาก http://2ebook.com/stou/readind/index.php

* สารสนเทศอื่นๆ จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ชื่อผู้เขียน.(ปีที่แก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูล).ชื่อเรื่อง.ค้นเมื่อวัน เดือน,ปีจาก
แหล่งสารสนเทศ.

ตัวอย่าง
มหาวิทยาลัยนเรศวร. พิพิธภัณฑ์ผ้า. (2551). ผ้าแพรวา. ค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2552

จาก http://2ebook.com/stou/readind/index.php

...
Loading

วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน)

...
Loading

วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน) 2560

Empty section. Edit page to add content here.
Empty section. Edit page to add content here.