ข้อแนะนำสำหรับการส่งบทความ

ข้อแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ
วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
(Disciplinary Journal of Buriram Rajabhat University)

วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวารสารวิชาการที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ โดย เศรษฐศาสตร์  บัญชี บริหารธุรกิจ การจัดการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงินการธนาคาร การตลาด คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ

มีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ คือ มกราคม – มิถุนายน และ กรกฎาคม – ธันวาคม โดยสามารถที่จะตีพิมพ์ฉบับพิเศษได้อีกเพิ่มเติม ผู้เขียนทุกท่านสามารถส่งบทความวิจัยหรือบทความวิชาการมาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ได้ ผลงานที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร ต้องไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารฉบับอื่นๆ  มาก่อน และทุกบทความจะต้องได้รับการพิจารณาจากผู้ประเมินอิสระจากภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัยในสาขาวิชานั้นๆ อย่างน้อย 2 ท่าน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ บทความอาจถูกดัดแปลง แก้ไขคำ สำนวน และรูปแบบการนำเสนอตามที่ กองบรรณาธิการเห็นสมควร


วิธีการเตรียมต้นฉบับ

  1. การพิมพ์ต้นฉบับ

การพิมพ์ต้นฉบับนั้นสามารถพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือ ภาษาอังกฤษ โดยที่องค์ประกอบต่างๆ ของ บทความวิจัยหรือบทความวิชาการให้จัดทำตามคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับตามวารสารนี้ การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และซื่อบัญญัติตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน โดยให้หลีกเลี่ยงการเขียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นที่จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็ให้เขียนคำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยวงเล็บภาษาอังกฤษ โดยคำแรกให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนอักษรและคำที่เหลือทั้งหมดให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็ก ยกเว้นซื่อเฉพาะทุกคำให้ขึ้นต้นด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่  และให้ใช้คำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยภาษาอังกฤษเฉพาะคำแรก คำต่อไปใช้เฉพาะคำศัพท์ภาษาไทยเท่านั้น ส่วนบทความที่เป็นภาษาอังกฤษควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ตรวจสอบความถูกต้องด้านการใช้ภาษาก่อนที่จะนำส่งมาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารสหวิทยาการจัดการ

  1. การพิมพ์

ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Mi­crosoft Word โดยจัดหน้ากระดาษ ขนาด A 4(8.5 X 11 นิ้ว) ตั้งค่าหน้ากระดาษสำหรับการพิมพ์ ห่างจากขอบกระดาษทุกด้าน ด้านละ 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร)
จัดสองคอลัมน์ ใส่เลขหน้ากำกับ ทุกหน้า

  1. รูปแบบตัวอักษร

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้แบบ TH SarabunPSK  ขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษา อังกฤษใช้ขนาดตัวอักษรอย่างเดียวกัน ดังนี้

  • ซื่อ เรื่อง ขนาด 18pt
  • ซื่อผู้เขียนบทความ 16pt
  • รายละเอียดสาขาวิชา คณะ สถาบัน 12pt
  • หัวข้อหลักใช้ตัวอักษรขนาด16pt ตัวหนา
  • หัวข้อรองใช้ตัวอักษรขนาด 14pt ตัวหนา
  • เนื้อความทุกส่วนใช้ตัวอักษรขนาด ตัวปกติ
  1. จำนวนหน้า

ความยาวของบทความ ไม่ควรเกิน 11 หน้า รวมตาราง รูปภาพ และ เอกสารอ้างอิง

  1. การส่งต้นฉบับ

ให้ผู้เขียนบทความ สามารถส่งต้นฉบับได้ทาง website http://fms.bru.ac.th


ประเภทของบทความ

  1. บทความวิจัย

บทความวิจัย มีหัวข้อที่จะต้องอธิบาย 13  หัวข้อดังนี้

  1. ซื่อเรื่อง (Title) (มีชื่อผู้แต่งบทความอยู่ด้านขวามือ ขนาดตัวอักษร 12 )
  2. บทคัดย่อ (มีคำสำคัญ 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  3. ABSTRACT (มี Keywords 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  4. บทนำ (ประมาณไม่เกิน 15-20 บรรทัด)
  5. วัตถุประสงค์การวิจัย
  6. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)
  7. ขอบเขตการวิจัย ประกอบไปด้วย ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านประชาชน
  8. วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบไปด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
  9. ผลการวิจัย (ให้สรุปตามวัตถุประสงค์หรือคำถามวิจัยที่ค้นพบ)
  10. การอภิปรายผลการวิจัย (ให้อภิปรายเฉพาะผลการวิจัยที่ค้นพบ และอภิปรายว่า มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของนักวิจัยท่านอื่นหรือไม่อย่างไร หรือหากเป็นองค์ความรู้ใหม่ก็สามารถอภิปรายได้ว่าแตกต่างจากงานของนักวิจัยท่านอื่นอย่างไร เมื่อเป็นองค์ความรู้ใหม่และนักวิจัยสามารถขยายผลเป็นทฤษฏีได้ จะถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อแวดวงวิชาการ)
  11. ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้
  12. กิตติกรรมประกาศ
  13. เอกสารอ้างอิง
  1. บทความวิชาการ

บทความวิชาการ มีหัวข้อที่จะต้องอธิบาย  8 หัวข้อ ดังนี้

  1. ชื่อเรื่อง (Title) (มีชื่อผู้แต่งอยู่บรรทัดล่างขวามือ ขนาดตัวอักษร 12)
  2. บทคัดย่อ (มีคำสำคัญ 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  3. ABSTRACT (มี Keywords 1-3 คำ อยู่ด้านล่าง)
  4. บทนำ (ให้เขียนไม่เกิน 15-20 บรรทัด)
  5. วัตถุประสงค์การเขียนบทความ
  6. เนื้อหาสาระของบทความ (รายละเอียดของบทความวิชาการ โดยผู้เขียนจะต้องเขียนเชื่อมโยงให้เห็นภาพที่เป็นสาระสำคัญ มีหัวข้อย่อยๆ ให้อ่านเพื่อวิเคราะห์และพิจารณา)
  7. สรุปเนื้อหาสาระ (อภิปรายให้เห็นว่า สิ่งที่ได้คืออะไรและก่อให้เกิดความรู้ใหม่อย่างไร)
  8. เอกสารอ้างอิง

คำอธิบายแต่ละหัวข้อ

  1. บทความวิจัย

เป็นการเสนอผลการวิจัย อาจเป็นผลงานวิจัย บางส่วนหรือผลงานวิจัยที่สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่ง ผู้เขียนได้ดำเนินการด้วยตนเอง โดยมีส่วนประกอบดังนี้

  • ซื่อเรื่อง (Title)

ควรเขียนให้สั้น กะทัดรัด เข้าใจง่าย โดยให้แสดงเป้าหมายหลักของการวิจัย ทั้งนี้ให้มีความยาวไม่ เกิน 100 ตัวอักษร ให้เขียนซื่อเรื่องเป็นภาษาไทยก่อน แล้วบรรทัดล่างให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนซื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีด เส้นใต้ กรณีระบุซื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตให้เขียนเป็น ภาษาไทยให้ใส่ชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย

  • ซื่อผู้แต่งบทความ (Authors and Co­authors)

ให้ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุลเต็ม ทั้งชื่อที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาอังกฤษนั้นให้ใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อตัว และนามสกุล และหากมีผู้แต่งหลายคนให้ใช้หมายเลขกำกับตามลำดับและลงเครื่องหมายดอกจัน (*) พร้อมระบุซื่อหน่วยงาน สาขาวิชา คณะ สาขาวิชาที่ สังกัด รวมทั้ง e-mail address

  • บทคัดย่อ

ให้มีความยาวไม่เกิน 300 คำ เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้นลง โดยให้มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ควรเขียนแบบสั้น ๆ และตรงประเด็น ระบุเฉพาะสาระสำคัญเท่านั้น บทดัดย่อภาษาไทยให้พิมพ์เต็มบรรทัดไม่เกินครึ่ง หน้ากระดาษ ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 ตัวปกติ

  • คำสำคัญ

ให้ระบุคำสำคัญ 1-3 คำ คำสำคัญเป็นคำที่เด่นที่สุดของงานวิจัยของผู้เขียน ซึ่งใช้เป็นคำหลัก

  • ABSTRACT

ให้พิมพ์ ABSTRACT เป็นภาษาอังกฤษเต็มบรรทัด ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 point ปกติ ให้มีความยาวของ ABSTRACT โดยรวมทั้งหมดไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ

  • Keywords

คำภาษาอังกฤษที่ผู้แต่งกำหนดให้เป็น Keyword ให้ผู้เขียนเลือกใช้คำที่มีความหมายสอดคล้อง เหมาะสม และตรงที่สุดกับ คำสำคัญภาษาไทยคำนั้นๆ โดย Keyword ทุกคำให้ขึ้นต้นด้วยอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่ และหากมีการแยก Key­word แต่ละคำ ให้ขึ้นด้วยเครื่องหมาย ; เสมอ

  • บทนำ

ในบทนำนี้ให้อธิบายถึง ภูมิหลัง ความสำคัญของปัญหาการทำวิจัย และสาเหตุการทำวิจัย

  • วัตถุประสงค์การวิจัย

เป็นประเด็นสำคัญโดยจะต้องให้ครอบคลุมแนวทางการทำวิจัยทั้งหมด

  • สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)

ให้เขียนเป็นความเรียง หรือ ระบุเป็นข้อก็ได้

  • ขอบเขตการวิจัย

ในขอบเขตการวิจัยให้ผู้แต่งบทความระบุขอบเขตการวิจัยเฉพาะที่เป็นกรอบความคิดการวิจัยนี้ กรณีจัดทำกรอบความคิดการวิจัยเป็นแผนภาพให้ผู้แต่งจัดพิมพ์ขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะ

  • วิธีดำเนินการวิจัย
     1) กรณีเป็นการวิจัยที่มีวงรอบเดียว ในย่อหน้าแรกให้ระบุซื่อและประเภทวิธีดำเนินการ วิจัย (Research methodology)
    2) กรณีมีการดำเนินการวิจัยมากกว่า 1 วงรอบ ให้ผู้แต่งระบุวิธีดำเนินการวิจัยแต่ละ วงรอบให้ซัดเจนและครบทุกองค์ประกอบ คือ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ
    การวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ ข้อมูล พิมพ์วิธีการดำเนินการวิจัยให้มีความยาว โดยรวม 2-3 Column
  • เครื่องมือการวิจัย
    ให้ระบุ ชื่อ ชนิด ประเภทเครื่องมือการสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และการหาคุณภาพเครื่อง มือการวิจัย
  • การเก็บรวบรวมข้อมูล
    ให้อธิบายถึงวิธีการและระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลถ้ามีหลายวิธีการให้ระบุแต่ละวิธีอย่างซัดเจน
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
    กรณีข้อมูลเชิงปริมาณให้ระบุ วิเคราะห์ด้วย สถิติอะไร อย่างไร เป็นความเรียงไม่ต้องระบุสูตร ทางสถิติ
    กรณีข้อมูลเซิงคุณภาพ ให้ระบุ วิเคราะห์ แยกรายละเอียดของแต่ละกลุ่มข้อมูลอย่างไร ใช้ หลักการอะไร มีเกณฑ์การประเมินผลอย่างไร
  • ผลการวิจัย
    ให้อธิบายรายละเอียดของผลการวิจัยที่พบอย่างซัดเจนสมบูรณ์ และมีรายละเอียดครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ หรือ คำถามวิจัยที่ค้นพบ
  • การอภิปรายผลการวิจัย
    ให้นำเฉพาะผลการวิจัยที่ตอบวัตถุประสงค์หรือสมมติฐานหลักของการวิจัย (ถ้ามี) มาอภิปราย ผลการวิจัย และให้อภิปรายเพื่อมองเห็นภาพความเป็นเหตุเป็นผลกันและกัน โดยอ้างอิงหลักฐานทางทฤษฎีที่ใช้แพร่หลายโดยทั่วไป หรืออาจมีการเทียบเคียง หรือ เปรียบเทียบได้กับรายงานผลการวิจัยที่มีวิธีการดำเนินการวิจัยรูปแบบเดียวกัน หรือ คล้ายคลึงกัน ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 กับงานวิจัย และให้มีความยาว ของการอภิปรายผลการวิจัยโดยรวม 2-3 คอลัมภ์ โดยการอ้างอิงข้อมูลให้ใช้การอ้างอิงแบบตัวเลข
  • ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้
    –  ให้ระบุเฉพาะผลการวิจัยที่เป็นความรู้ องค์ความรู้ หรือ วิธีการ ที่ผู้วิจัยได้ค้นพบ โดยข้อเสนอแนะนั้น สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ด้วยเงื่อนไขอะไร มีข้อระวังความเสี่ยงอย่างไร โดย อาจเขียนเป็นรายข้อหรือเป็นความเรียงก็ได้
    –  ให้มีความยาวของข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้โดยรวมไม่เกินครึ่ง Column
  • กิตติกรรมประกาศ
    ให้อธิบายเฉพาะคำขอบคุณของผู้ที่มีความสำคัญในการจัดทำงานวิจัย การเรียบเรียงรายงาน การวิจัย และการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย จนทำให้ งานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
  • เอกสารอ้างอิง
    ในการอ้างอิงบทความวิจัยนั้น ให้ใช้การอ้างอิงเฉพาะที่มีการเขียนในบทความวิจัยฉบับนี้เท่านั้น และให้เขียนอ้างอิงแบบตัวเลข เอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกฉบับจะต้องมีการอ้างอิงในบทความ มีการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยที่รายละเอียดการอ้างอิงนั้นจะประกอบไปด้วย ซื่อผู้เขียน ซื่อหนังสือ หรือซื่อบทความ ซื่อของ เอกสารที่พิมพ์ สำนักหรือสถานที่พิมพ์ ปีที่ (ฉบับ ที่) พิมพ์และเลขหน้าที่อ้างอิง ทั้งนี้การเขียนให้เป็นไปตามรูปแบบของชนิดเอกสารที่อ้างอิง

  1. บทความวิชาการ

บทความวิชาการนี้ เป็นบทความที่ผู้แต่งได้แต่ง และเรียบเรียงขึ้นใหม่จากการลังเคราะห์ประสบการณ์ ทางวิชาการ และการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้ เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งข้อมูลเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารสหวิทยาการจัดการ(มนุษย์ ศาสตร์และลังคมศาสตร์) ประกอบด้วย

  • ชื่อเรื่อง (Title)

ผู้เขียนควรเขียนให้สั้น กะทัดรัด และแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายหลักของบทความ ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ให้เขียนซื่อเรื่องเป็นภาษาไทยก่อน ใต้ลงมาเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนซื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีด เส้นใต้ กรณีระบุซื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตเป็น ภาษาไทยให้ใส่ซื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อผู้แต่งบทความ (Authors and Co­authors)

ให้ระบุเฉพาะซื่อและนามสกุลเต็มทั้งซื่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับภาษาอังกฤษใช้ อักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของซื่อตัว และนามสกุล ถ้ามีผู้แต่งหลายคนให้ใช้หมายเลข กำกับตามลำดับและลงเครื่องหมายดอกจัน (*) พร้อมระบุซื่อหน่วยงาน สาขาวิชา คณะที่สาขาวิชา สังกัด รวมทั้งให้มี e-mail address  

  • สาระสังเขป

ในสาระสังเขปนั้น ให้มีความยาวไม่เกินอย่างละ 300 คำ เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้นได้ เนื้อหาสารครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ควรเขียนแบบสั้น และตรงประเด็น ระบุเฉพาะสาระสำคัญเท่านั้น บทดัดย่อภาษาไทยให้พิมพ์เต็มบรรทัดไม่เกินครึ่ง หน้ากระดาษ ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 ตัวปกติ

  • คำสำคัญ

ให้ผู้เขียนระบุคำสำคัญเพียง 1-3 คำ คำสำคัญเป็นคำที่เด่นที่สุดของการวิจัยนี้ เพื่อใช้ เป็นคำหลักสำหรับ การเช้าสืบด้นหาบทความนี้

  • SUMMARY

ให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเต็ม บรรทัด ใช้รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 point ปกติ ให้มีความยาวโดยรวมทั้งหมด ไม’เกินครึ่งหน้ากระดาษ

  • Keywords

คำภาษาอังกฤษที่ผู้แต่งระบุให้เป็น Keyword นั้น ให้ผู้แต่งเสือกใช้คำที่มี ความหมายสอดคล้อง เหมาะสม และตรงที่สุดกับ คำสำคัญภาษาไทยคำนั้นๆ โดย Keyword ทุกคำ ให้ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่การแยก Key­word แต่ละคำให้ขั้นด้วยเครื่องหมาย ;

  • บทนำ
    – การจัดพิมพ์บทนำให้มีความยาว 1-2 Column
    – ในบทนำนี้ให้ระบุภูมิหลัง ความสำคัญ ของปัญหาการทำวิจัย เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสาเหตุการทำวิจัย
  • สรุป
    – เป็นการเรียบเรียง โดยที่ผู้เขียนอาจเรียบเรียง เป็นหัวข้อหลัก และมีข้อย่อยเรียงลำดับด้วยเลขข้อ ก็ได้ การเรียงลำดับเลขข้อย่อยให้เรียงลำดับ
    – ให้มีความยาวของการสรุปโดยรวม 2-3 Column
  • การอ้างอิงข้อมูลให้ใช้การอ้างอิง APA
  • เอกสารอ้างอิง

การอ้างอิงในบทความใช้การอ้างอิงแบบ ตัวเลข เอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกฉบับจะต้อง มีการอ้างอิงในบทความ มีการอ้างอิงที่ถูกต้องตาม หลักวิชาการ รายละเอียดการอ้างอิงประกอบด้วย ซื่อผู้เขียน ซื่อหนังสือ หรือซื่อบทความ ซื่อของ เอกสารที่พิมพ์ สำนักหรือสถานที่พิมพ์ ปีที่ (ฉบับ ที่) พิมพ์และเลขหน้าที่อ้างอิง ทั้งนี้การเขียนให้ เป็นไปตามรูปแบบของชนิดเอกสารที่อ้างอิง


  1. ตัวอย่างการอ้างอิง

   หนังสือ
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. (ครั้งที่พิมพ์). สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
วรวรรธน์ ศรียาภัย. (2554). การจัดประชุมและฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 3).
สมุทรปราการ : เดอะ บุ๊ค พลัส พับลิชชิง.
   วารสาร
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์,üเดือน).ชื่อบทความ.ชื่อวารสาร.ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่)
หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.

ตัวอย่าง
กุลกันยา ศรีสุข. (2557, เมษายน-พฤษภาคม). การศึกษาเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะและเพิ่มขีด

ความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา. 1 (11) : 93-101.

   หนังสือพิมพ์
ผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์,เดือน วันที่).ชื่อบทความ.ชื่อหนังสือพิมพ์.หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.

ตัวอย่าง
ปรีชา ปาโนรัมย์. (2556, กุมภาพันธ์ 11). อาจารย์ราชภัฏ

   หนังสือที่มีผู้รับผิดชอบแต่ละบทแต่ละตอน
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อเรื่องหรือชื่อตอน.ในชื่อผู้แต่งหรือหน่วยงานที่จัดทำ,
ชื่อหนังสือ.(หน้า).สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ศิริพร ลิ้มตระการ. (2540). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,
เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย (หน้า 1-36). นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

■   บทความในหนังสือรวมเรื่อง
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อบทความ.ในชื่อผู้รวบรวมหรือบรรณาธิการ.(บก.)ชื่อเรื่อง.
(หน้า).สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ครรชิต มาลัยวงศ์. (2536ก). การประมวลผลคำคืออะไร. ใน อนุชิต บุญธรรม (บก) คอมพิวเตอร์น่ารู้ (หน้า 77).
กรุงเทพฯ : สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

■   วิทยานิพนธ์
ผู้เขียนวิทยานิพนธ์.(ปีที่พิมพ์).ชื่อวิทยานิพนธ์.ระดับวิทยานิพนธ์.สาขาวิชา
คณะ มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน.

ตัวอย่าง
ชาติชาย พานิชชอบ. (2544). แนวโน้มบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในอนาคต.
วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์.

■   รายงานการวิจัย
ชื่อผู้วิจัย (ปีที่พิมพ์).ชื่องานวิจัย.(ครั้งที่พิมพ์).สถานที่พิมพ์.:สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง
ปรีชา ปาโนรัมย์. (2555). รายงานการวิจัยเรื่อง การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจให้แก่

          ผู้ผลิตสินค้าชุมชนประเภทขนมจีนภายใต้การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในเขตเทศบาล

          เมือง จังหวัดบุรีรัมย์. บุรีรัมย์ : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

   สื่อโสตทัศน์
ชื่อผู้ผลิต.(ตำแหน่งในการผลิต).(ปีที่ผลิต)ชื่อเรื่อง.[ประเภทสื่อ].สถานที่ผลิต:
หน่วยงานผู้ผลิต.

ตัวอย่าง
ศิราณี อินทรหนองไผ่. (2546). วีดิทัศน์ประกอบการเรียนการสอนเรื่องแผลและการพันผ้าพันแผล.  

[วีดิทัศน์]. มหาสารคาม : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

■   การสัมภาษณ์
ผู้ให้สัมภาษณ์.(ปี, เดือน วันที่ให้สัมภาษณ์).ตำแหน่งหรือที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้.
สัมภาษณ์.

ตัวอย่าง
แม้นมาศ ชวลิต, คุณหญิง. (2542, สิงหาคม 26). นายยกสมคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.
สัมภาษณ์

■   ฐานข้อมูลออนไลน์
 หนังสือออนไลน์จากเว็บไซต์
ชื่อผู้แต่ง.(ปีที่พิมพ์).ชื่อหนังสือ.ค้นเมื่อวัน เดือน, ปีจากแหล่งสารสนเทศ

ตัวอย่าง
มนู อรดีดลเชษฐ์. (2557.). ความจำเป็นต้องมี พรบ. คุมครองข้อมูลส่วนบุคคล.

ค้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จาก http://2ebook.com/stou/readind/index.php

* สารสนเทศอื่นๆ จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ชื่อผู้เขียน.(ปีที่แก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูล).ชื่อเรื่อง.ค้นเมื่อวัน เดือน,ปีจาก
แหล่งสารสนเทศ.

ตัวอย่าง
มหาวิทยาลัยนเรศวร. พิพิธภัณฑ์ผ้า. (2551). ผ้าแพรวา. ค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2552

จาก http://2ebook.com/stou/readind/index.php